พรานล่าเนื้อไดอารี่ “ร้านเนื้อดีที่เชียงใหม่”

สเต๊กเชียงใหม่

สังเกตดูว่าเมื่อก่อน คนกินเนื้อลดลงมาก จากหลายกระแส นับตั้งแต่โรควัวบ้า การนับถือเจ้าแม่กวนอิม และการงดบริโภคเนื้อแดงในกลุ่มคนที่รักสุขภาพ แต่ในระยะปีถึงสองปีนี้ กลับเห็นกระแสของการกินเนื้อเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลยุทธศาสตร์ของกรมปศุสัตว์พบกว่ามีการผลิตโคเนื้อเพิ่มมากขึ้นในปี 2561 มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นและมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้น จากตัวเลขการผลิตทีเพิ่มขึ้นเมื่อมองในแง่จำนวนร้านค้า ที่ขายเนื้อวัวก็เห็นว่าเพิ่มขึ้นด้วย และในเวลานี้ที่เชียงใหม่ มีร้านขายเนื้อที่อธิบายส่วนต่างๆ ของเนื้อ ระดับไขมันในเนื้อ ไปถึงเรื่องราวการดูแลเนื้อวัว แหล่งผลิตเพิ่มมากขึ้น

จากเมื่อก่อนเวลาเราคุยกันว่า “จะไปกินสเต๊ก” ภาพที่นึกจะเป็นพอร์คชอปราดด้วยเปบเปอร์ซอส หรือเนื้อวัว(ที่เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยระบุว่ากินส่วนไหน) ราดด้วยเกรวี่ชุ่มฉ่ำ การรำพึงว่าอยากกินสเต๊กของเพื่อนฝูงในเชียงใหม่เท่าที่ได้ยินมักจะเปลี่ยนไป กลายเป็น “แกๆ ชั้นอยากกิน ทีโบน” หรือไม่ก็ “เห็นรูปโทมาฮอว์ก แล้วอยากกินไปกินกัน” นั่นก็แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเดี๋ยวนี้มีความรู้เรื่องเนื้อเพิ่มขึ้น และชอบกินเนื้อเพิ่มขึ้น แอนเลยอยากชวนคนรักเนื้อมาเป็นพรานล่าเนื้อ ไปกินสเต๊กจากหลายๆ ร้านในเชียงใหม่ แต่เนื่องจากร้านอาหารในเชียงใหม่มีเยอะมากที่ขายสเต๊ก เราจึงขอจำกัดความหมายให้แคบลงมาอีกนิดเป็นสเต๊กเนื้อ

เนื้อก่อนมาอยู่ในจาน

สเต๊กเชียงใหม่
อันที่จริงคำว่าสเต๊กหมายถึงชิ้นเนื้อ จะเนื้ออะไรก็ได้ที่ตัดแต่งมาแล้วเอาไปประกอบอาหาร ส่วนใหญ่จะเอาไปย่าง หรืออบ การย่างเนื้อนั้นบางคนก็บอกว่าย่างเตาถ่านดีที่สุด ย่างบน Griddle หรือกระทะแบนวางบนแก๊สดีที่สุดเพราะควบคุมอุณหภูมิได้ บ้างก็บอกว่า ย่างบนกระทะเหล็กดีที่สุด ส่วนไขมันที่ใช้บางคนก็ว่าน้ำมันมะกอกสิดี บางคนบอกว่าต้องเนยสิจ๊ะหอมกว่า เอาเป็นว่าแต่ละอย่างนี่แล้วแต่ความชอบล้วนๆ
เวลาไปสั่งสเต๊กในร้านอาหาร อ่านเมนูจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะบอกเนื้อแต่ละส่วนของวัว ที่มาของเนื้อ ระดับไขมัน และมักจะให้ราคาตามน้ำหนัก แต่ละประเทศประชากรผู้กินเนื้อก็เรียกไม่เหมือนกันเพราะมีรูปแบบการตัดเนื้อไม่เหมือนกันเวลาอ่านเมนูก็ให้สับสนไม่น้อย เช่น ส่วนที่ชาวอังกฤษอเมริกันเรียก Tenderloin steak คนฝรั่งเศส ก็เรียก Filet Mignon (หรือ Tournedos) บางจานที่คนฝรั่งเศสเรียกว่า Châteaubriant หรือ Chateaubriand ก็เป็นส่วนตัดที่ค่อนข้างหนาของส่วนที่เรียกว่า Tenderloin ของฝั่งอังกฤษ

CR: https://www.ottogrills.com/blog/ottos-steak-chart/

ส่วนที่นิยมเอามาทำสเต๊กในร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ ได้แก่

  • Serloin สันสะโพก เป็นเนื้อขาหลังวัวไขมันแทรกพอควร
  • Tenderlion หรือ Filet Mignon เนื้อส่วนที่ไม่ได้ออกกำลังของวัว ก็จะไม่มีกล้ามเนื้อ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วมันจะไม่เหนียว คนรักสุขภาพน่าจะชอบเพราะไม่มันมาก
  • Striploin สันนอก ตัวนี้จะติดมัน นุ่มมีรสมีชาติ
  • T-Bone ขอเรียกว่าเนื้อลังเลคืออยากจะกินสองส่วนไง สันนอกก็อยากกินสันในก็อยากกิน เลือกได้มีกระดูกคั่นอยู่ตรงกลางเป็นรูปเหมือนตัว T
  • Rib Eye หรือสันแหลมเป็นเนื้อกลางลำตัว มีลายไขมันแทรกค่อนข้างมาก มีความชุ่มฉ่ำ เป็นเนื้อส่วนที่คนไทยชอบ ริบอายที่เอามาทำควรมีความหนาพอควร
  • Tomahawk คือเนื้อ Rib Eye ที่ไม่ได้เอากระดูกออกค่ะ ส่วนใหญ่จะมาชิ้นมโหฬาร ถ้าเป็นคนกินน้อย ควรมีเพื่อนร่วมแชร์

ความสุกของสเต๊ก

 

เป็นที่ถกเถียงกันมากมายเรื่องความสุกของเนื้อ สุกขนาดไหนถึงจะกินแล้วสุขใจ ระดับความสุกของสเต๊กจะมีตั้งแต่ Blue Rare , Rare, Medium Rare, Meduim, Medium Well, Well Done ทีนี้ถ้าเราไม่ชอบเนื้อดิบมากแต่ยังอยากได้ความหวานฉ่ำมีเลือดอยู่ สำหรับคนไทยน่าจะสั่ง Me

dium หรือ Medium well ค่ะเนื้อข้างในจะออกชมพูๆ ส่วนตัวแอนชอบ Medium Rare คือ เนื้อยังแดงมีเลือดซิบตรงกลาง แต่ถ้าเลยไปถึง Well Done แอนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เป็นสายดิบคาวปานกลาง ไม่ฮาร์ดคอร์ขนาดกิน Blue Rare หรือ Rare

มาล่าเนื้อกัน

ที่เชียงใหม่ มีร้านสเต๊กหลายร้าน ขายเนื้อหลายๆ ส่วน  มีทั้งแบบไทยๆ ใส่ซอสชุ่มฉ่ำ แบบฝรั่ง ที่รอมชอมโดยการให้ซอสมาแล้วแต่จะราด ส่วนตัวคิดว่าเนื้อดีๆ จะ ไม่ต้องการซอสใดๆ เลย ได้เกลือก็อร่อยแล้ว ทีนี้มาดูกันว่าในเชียงใหม่มี เนื้อร้านไหนน่าลองบ้าง เรียงตามลำดับอักษรไปเลยค่ะ

Le Crystal : Steak to die for

สถานประกอบการ ที่เรียกตัวเองว่าภัตตาคารในเชียงใหม่นั้นมีน้อยเต็มที ดังนั้นคำว่าภัตตาคาร จึงมีน้ำหนักและความหมายในตัวมันเอง ดังนั้น ร้านอาหารที่มีคำนี้นำหน้าต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และ ต้องรักษามาตรฐานให้ดีที่สุด รู้จัก Le Crystal มานานตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดร้าน จนถึงวันนี้ ทั้งสถานที่และอาหารยังคงเดิมทุกอย่าง

สเต๊กเชียงใหม่#2

สเต๊กที่แนะนำ

– Hidagyu strip loin มีลักษณะเป็นเนื้อที่มีมัดกล้ามแทรกด้วยไขมันสีขาวสวยงาม score อยู่ที่ A4 ขนาด 250 กรัม ชิ้นไม่หนาแต่หน้ากว้างมาก ย่างด้วย Griddle ที่มีลวดลาย วางบนแก๊ส ใช้ทั้งเนยและน้ำมันมะกอก โรยเกลือ เนื้อที่ออกมาจะมีลายทแยง หรือลายตัดที่สวยงามแม้ว่าจะย่างเพียงข้างละ 1 นาที แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ รสชาติของเนื้อค่ะ ด้วยตาข่ายไขมันที่กระจายตัวอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เนื้อนี้ชุ่ม ฉ่ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเนยกลิ่นเนื้อเกรียมๆ อุ่นๆ ที่กำลังละลายอยู่ในปาก เป็นเนื้อที่ไม่ลำบากในการเคี้ยวเลย หากลองราดด้วยซอสวาซาบิจะให้อีกอารมณ์หนึ่งเป็นรสเค็มเผ็ดประแล่ม ทำให้เรากินเนื้อได้มากขึ้น กินแล้วรู้สึกคุ้มที่ได้เกิดมาเป็นคนมากจานนี้ ราคา 3,500 บาทค่ะ

– US Prime Strip Loin 250 กรัม แม้ว่า จะไขมันแทรกไม่เยอะเท่าฮิดะ แต่ก็มีความละเอียด เนื้อหวานฉ่ำ ตัดคำว่าเหนียวออกจากพจนานุกรมไปเลย ตัวนี้เป็นมีเดียมแรร์ ย่างด้านละ 1 นาที อบต่อ 3 นาที เนื้อตัวนี้ยอดเยี่ยมสมราคาคุย เสิร์ฟมาพร้อมกับ red wine reduction sauce กินเปล่าๆ ก็ดี กินกับซอสก็ได้ แอนไม่ราดซอสค่ะ จิ้มเอา ตามประสาคนเถื่อน 555 เพราะอยากกินแบบไม่ใส่ซอสสลับกับแบบมีซอส ชิ้นนี้ราคา 2,000 บาท

กินเสร็จอย่าลืมเอาไวน์ล้างปากนะจ๊ะ

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

Le Crystal Chiang Mai : steak to die for

Le Crystal : Steak to die forสถานประกอบการ ที่เรียกตัวเองว่าภัตตาคารในเชียงใหม่นั้นมีน้อยเต็มที ดังนั้นคำว่าภัตตาคาร จึงมีน้ำหนักและความหมายในตัวมันเอง ดังนั้น ร้านอาหารที่มีคำนี้นำหน้าต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และ ต้องรักษามาตรฐานให้ดีที่สุด รู้จัก Le Crystal มานานตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดร้าน จนถึงวันนี้ ทั้งสถานที่และอาหารยังคงเดิมทุกอย่าง เข้าเรื่องสเต็กดีกว่า เอาเรื่องกับภาพมาฝากแล้ว คราวนี้เอาภาพเคลื่อนไหวมาฝาก ดูแล้ว ยังจำรสชาติของเนื้อฮิดะ กับวาซาบิซอสได้อยู่เลย มันอร่อยยยยยยยย#steak #Chiangmai

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

ร้านเปิด 18.00- 22.30 น.
โทร 053 218059
Le Crystal Restaurant

Medium Rare : บ้านคนรักเนื้อ

บ้านของมนุษย์รักเนื้อ มีเนื้อหลากหลายให้เลือก ทั้งเนื้อนอกประเทศ เนื้อในประเทศ ดรายเอจ เว็ทเอจ จัดได้ว่าครบ แต่ละคัตนั้นเนี้ยบมาก มีทั้งย่างเตากริลล์แผ่นเหล็กและย่างถ่านไม้มะขาม เนื่องจากที่นี่มีเนื้อหลายตัว เราเลยเลือกเอาเฉพาะที่เชฟแนะนำว่าพลาดไม่ได้

สเต๊กเชียงใหม่#3

สเต๊กที่แนะนำ

– Prime Rib : Australian Grain Fed ขนาด 1 กิโล
เนื้อชิ้นที่ใหญ่มากกกก เชฟเอาไปย่างเตาถ่านให้หอม พอข้างนอกเกรียมๆ ดี ก็เอาเข้าอบต่ออีกนิดหน่อย เนื้อสัมผัสละเอียด นุ่ม หวาน ฉ่ำ ส่วนมันที่ไหม้นั้น หอมมากๆ จานนี้มากับมันบด และซอสที่เคี่ยวจากหม้อแกงใหญ่จนเหลือแค่ปริมาณในซอสแพน ใช้เวลาราวๆ 4วัน ราคาเค้าคิดตามน้ำหนัก จานที่เรากินนี่อยู่ที่ 2,300 บาท

– T-Bone : Australian Grain Fed เหมือนกัน ขนาด 500 กรัม ที่เลือกตัวนี้เพราะความโลภอยากกินทั้ง Strip Loin และ Tender Loin อันนึงนุ่มนิ่ม อีกอันมีกล้ามมีมัน รวมแล้ว กิโลครึ่งพอดิบพอดี เนื้อตัวนี้ย่างเตาเหล็ก เชฟแต่งจานได้น่ารักกุ๊กกิ๊ก สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ เจ้าฟักทองบด ที่มากับเนื้อ คืออร่อยมาก เข้ากับเนื้อมาก

ของกินคู่เนื้อที่ร้านนี้
เกลือ – ร้านนี้มีเกลือดีๆ หลายตัว ตั้งแต่ผลึกเกลือจากบ่อเกลือเมืองน่าน ดอกเกลือทะเลจากฝรั่งเศส เกลือหิมาลายันสีชมพู Maldon Saltเป็นเกลือผลึกปิรามิด (อันนี้ชอบ ว่ามันเข้ากับเนื้อดี) อีกอันคือ ไฮไลต์ เพราะชอบเอง เป็นเกลือที่ เหมาะแก่การจี่จิ้นที่สุด เกลือเนื้อละเอียด สกัดจากสาหร่ายมาจากโอกินาว่า (ลองนะ ตัวนี้ดี)
ซอส – ปกติกินเนื้อไม่ค่อยชอบซอสเท่าไหร่ เชฟเขาเลยแยกมาให้ มี กอร์กอนโซลาซอส เรดไวน์ซอส และ เปปเปอร์ซอส ทุกตัวรสเข้ม (แต่ไม่เค็มนะคะ) กินดูรู้เลยว่าเนื้อหาก่อนจะสลายมาเป็นซอสมันต้องมีเยอะแน่ๆ

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

MEDIUM RARE

Medium Rare บ้านของมนุษย์รักเนื้อ มีเนื้อหลากหลายให้เลือก ทั้งเนื้อนอกประเทศ เนื้อในประเทศ ดรายเอจ เว็ทเอจ จัดได้ว่าครบ แต่ละคัตนั้นเนี้ยบมาก มีทั้งย่างเตากริลล์แผ่นเหล็กและย่างถ่านไม้มะขาม นอกเหนือจากเนื้อแล้วร้านนี้ยังมี พาสต้าที่เด็ดดวงไม่แพ้เนื้อเลยขอบอก นี่จะไปขอจดสูตรซอสมะเขือเทศของที่ร้านอยู่ อร่อยมากกกกกดูเป็นภาพไปแล้ว คราวนี้เป็นวีดีโอบ้างร้าน Medium Rare ถ้ามาจากแยกแอร์พอร์ทไปทางหางดงเจอแยกบิ๊กซีเลี้ยวขวา ขับไปเจอยูเทิร์นก็เลี้ยวเลย ขับต่อ ร้านอยู่ข้างเซเว่น หลงโทรได้ที่เบอร์ 094-2425266 ค่ะเปิด 11.00-14.00 น. และ 18.00-22.00 น. ค่ะหยุดทุกวันจันทร์ใครอยากได้รายละเอียดอาหารในวีดีโอ ไปดูที่ลิ้งค์นี้ โพสท์เดิมได้เลยค่ะhttps://www.facebook.com/go2askanne/posts/2559245817441276?__xts__[0]=68.ARCSle6I2oeTs6ySE80WlR3Op5ezUG-GyJJfO7wbaCU_qZjhWeCrqcaeyyXSUJuSbQsKDGsRMCKm6CKopEARkF2StMUnk3qrQUK6TID_RdVGpW2_X0EQaPMXun20e2Q3zuLMgTinBGGYSdMKoIL5x_Pde00NoFqMfmrT1SiilxJ8QTtt1_fxIDF7McF8y1bHnkUicPEyGv7OYim2fk4IXlUFh-wTvPW_sPL_PLTxgyxS3k6iR7h58vAs9KuyHBzhp-EpkQL-TJnXbNHRtFOTI-06bgAPSt3WBBRrwtj_oI3dqbOkjps4IauVvbRNOgupeBfVIzawBuYlBW_JtMRyIZhO_nS56HwECPyV9G43Q5KunoTCNI9FjrtZveriD3EQGP-icU3wlltzTt2IAsCRbsmzCL1H5X01HPNmWxXzcQ6eseM&__tn__=-RMedium Rare is a wonderful steakhouse located in the Mae Hia area of Chiang Mai. The carry all types of steaks from T-bones to dry age ribeeye and they cook it and various ways as well. From pan to charcoal grill Medium Rare has anything everything that steak lovers craveFor reservations call 094-2425266Open at 11.00-14.00 pm And 18.00-22.00 pmClosed Mondays

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2019

ร้าน Medium Rare ถ้ามาจากแยกแอร์พอร์ทไปทางหางดงเจอแยกบิ๊กซีเลี้ยวขวา ขับไปเจอยูเทิร์นก็เลี้ยวเลย ขับต่อ ร้านอยู่ข้างเซเว่น
หลงโทรได้ที่เบอร์ 094-2425266 ค่ะ
เปิด 11.00-14.00 น. และ 18.00-22.00 น. ค่ะ
หยุดทุกวันจันทร์
Meduim Rare

Mix Restaurant : Beef will keep us alive! 

จากภาพลักษณ์ภายนอก ถ้าเราไม่ติดตามเพจ ไม่เข้าไปดูที่เพจ เราก็จะคิดแค่ว่าร้าน Mix ขายอาหารฟิวชั่น จริงๆ แล้ว เรามาค้นพบจานเนื้อดีๆ ที่นี่ีมากมายทีเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการเลือกสรรวัตถุดิบที่เรียกได้ว่าพรีเมียมมาก นอกเหนือจากนี้คือการเอาใจใส่ในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เรื่องกลิ่นที่มาคู่กับอาหาร ทำให้เราได้จานเนื้อย่างเนื้อวากิวย่างสไตล์อิสลามรมควันโรสแมรี (375 บาท/ 5ไม้) ที่กินแล้วเพ้อไปสามวัน  แกงระแวงน่องลูกวัว (Ossobuco in yellow curry) ที่มีกลิ่นรสของความเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ห่อหุ้มเนื้อลูกวัวสัญชาติออสเตรเลียน ให้กลายเป็นแกงไทยแบบวังๆ ได้อย่างกลมกลืน พูดถึงจานอื่นไปแล้วมาดูกันดีกว่าว่าร้านนี้ มีสเต๊กอะไรบ้าง

สเต๊กเชียงใหม่#4

สเต๊กที่แนะนำ

– Tomahawk หรือ Bone in Rib Eye เป็น Australian Wagyu ไขมันแทรกระดับ MB6 เนื้อชิ้นหนาราวสองนิ้วตามขนบ เพราะว่ากันว่า Tomahawk จะต้องหนา ไม่ต่ำกว่า 2 นิ้วเท่านั้น ถึงจะมี “Wow-Factor” ขนาดต่อชิ้น ราวๆ 1.4-1.8 กิโลกรัม ปกติขีดละ ปกติขีดละ 450 ทางร้านเอามาลดเหลือ 350 บาท (เฉพาะเดือนสิงหาคม 2562 เท่านั้น)

เนื้อจานนี้ทำออกมาได้นุ่ม ฉ่ำ และหวาน มีกลิ่นไหม้นิดๆ กลิ่นกระเทียม กลิ่นเนย ผสานออกมาอย่างพอดิบพอดี เขาให้น้ำจิ้มมาหลายอย่างสารภาพความจริงว่า นี่ไม่ได้แตะเลย เพราะเนื้อดีมากจริงๆ
– Australian Black Angus 100 day grain fed น่าจะถูกใจคนที่ชอบเนื้อลีนๆ ที่ไม่เหนียวแต่นุ่มสู้ฟัน ที่ร้านเขาคิดราคาตามน้ำหนัก คือขีดละ250 บาท น้ำหนักต่อชิ้นก็ ราวๆ 1-1.2 กิโล

นอกจากสเต็กจานยักษ์นี้แล้ว แอนชอบจานเนื้อย่างอิสลามมากๆ เป็นเนื้อวากิว ส่วน rump หรือส่วนสะโพก เนื้อหมักมาจนนุ่ม กลิ่นเครื่องเทศฟุ้งในปากเมื่อเราเคี้ยว ผสานกับกลิ่นของโรสแมรี่ ที่อบก่อนเสิร์ฟ อยากจะกินสักร้อยไม้ 55555

และเนื้ออีกจานที่ไม่อยากให้พลาดคือ แกงระแวงออสโซบุคโค เนื้อน่องลายตัดขวาง เคี่ยวกรำในกะทิ 3-4 ชั่วโมง แล้วนำมาแกงระแวง หน้าตาแกงระแวงนั้น เหมือนแกงเขียวหวานที่ออกไปทางเหลืองมากหน่อย กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรแน่น แต่รสกลับละไมเผ็ดร้อน ไม่เผ็ดลึก เนื้อนั้นไม่ต้องพูดถึงอย่างกับเคียวนุ่นแน่ะ 5555 ก็จะไม่นุ่มได้ไงล่ะแอน นั่นมันเนื้อลูกวัว Australian Black Angus จ้า

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

Mix Restaurant: เล่าเรื่องอาหารผสานความอร่อย

มหากาพย์การล่าเนื้อในมครั้งนี้จบลงที่ร้านื Mix ที่นิมมานเหมินท์ เป็นร้านสุดท้าย ถ้าเราไม่ติดตามเพจ ไม่เข้าไปดูที่เพจ เราก็จะคิดแค่ว่าร้าน Mix ขายอาหารฟิวชั่น จริงๆ แล้ว เรามาค้นพบจานเนื้อดีๆ ที่นี่ีมากมายทีเดียว สิ่งที่สำคัญ คือการเลือกสรรวัตถุดิบที่เรียกได้ว่าพรีเมียมมาก นอกเหนือจากนี้คือการเอาใจใส่ในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เรื่องกลิ่นที่มาคู่กับอาหาร ทำให้เราได้จานเนื้อย่างอินเดียรมควันโรสแมรี่ที่กินแล้วเพ้อไปสามวัน แกงเนื้อOsso Bucco ที่มีกลิ่นรสของความเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ห่อหุ้มเนื้อลูกวัวสัญชาติออสเตรเลียน ให้กลายเป็นแกงไทยแบบวังๆ ได้อย่างกลมกลืน และไฮไลต์ของเราคือ เจ้า Tomahawk จานนี้ ที่ ทำออกมาได้นุ่ม ฉ่ำ และหวาน กลิ่นไหม้ กลิ่นกระเทียม กลิ่นเนย ผสานออกมาอย่างพอดิบพอดี เขาให้น้ำจิ้มมาหลายอย่างสารภาพความจริงว่า นี่ไม่ได้แตะเลย เพราะเนื้อดีมากจริงๆ ไปลองกัน ที่ Mix นิมมานซอย 1

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2019

สอบถามขอมูลเพิ่มเติมหรือสั่งจองได้ที่ line id : rabbit_b0326 หรือโทร 089-757-7778
Mix

STEAK THAT MAKES MY DAY: Steak of the Day

ร้านสเต๊กรุ่นกลางๆ ของเชียงใหม่ ที่ใครๆ ก็รู้จักคือ Steak of the Day เป็นร้านที่เปิดมานานพอสมควร ร้านยังคงคอนเส็ปท์เดิมคือ ปรับเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาล ให้เราได้กินอาหารที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่

ในส่วนของสเต็กนั้นเชฟเรวัติ บอกเราว่า เนื้อนั้นมันมีหลายคัต มีหลากหลาย ประเภทแตกต่างกันไป ในความเชื่อของเชฟนั้นเขาเชื่อว่าเนื้ออร่อยด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ทำให้สเต๊กแตกต่าง ก็ต้องอาศัยความชำนาญเรื่อง ไฟ เข้าใจเรื่องอุณหภูมิ ก็ทำให้คุณได้เนื้ออร่อย ซึ่งแต่ละร้านตัวเนื้อจะไม่แตกต่างกันมาก ดังนั้นสิ่งที่ทำให้สเต็กสนุก คือบริบทรายรอบสเต็ก สิ่งที่กินร่วมกับเสต็กแล้ว ทำให้รู้สึกเพลินขึ้น

สเต็กของเชฟจึงมากด้วยรายละเอียด และการมากินแต่ละครั้งการตกแต่งและเครื่องเคียงที่กินคู่กับสเต็กของเชฟก็แตกต่างกันไป

สเต๊กเชียงใหม่#5

สเต๊กที่แนะนำ

– Rib Eye Australian Grain Fed 250 กรัม ตัดมาหนาราวสองนิ้ว เชฟบอกว่าตอนนี้เป็นฤดูฝน เป็นฤดูของเห็ด สเต็กของเชฟในครั้งนี้จึงประกอบด้วยเห็ด Chantrelle จากสะเมิงเอามาผัดน้ำมัน และเห็ดอีก 3 ชนิด เอามา confit ได้แก่ เห็ดหอมดอย เห็ดโคนปลวก เห็ดขมิ้นดำคลุกรวมกัน กลิ่นดินกลิ่นป่าแห่งฤดูฝนจึงลอยวนอยู่รอบเนื้อชิ้นนี้ จากนั้นเชฟก็เอากระหล่ำดอกมาทำ puree เพื่อทำให้รสเข้มข้นของเนื้อละไมขึ้น ราดด้วยน้ำมันแครอท เติมด้วย Potato Souffle หน้าตาเหมือนเกี๊ยว อันนี้อร่อยมากอยากเชียร์ให้ทำเป็นขนมขาย 555555 รวมๆ แล้วคือกินสนุก ไม่เหนื่อยเพราะรายละเอียดเยอะ ตอนตัดเนื้อออกมายังระอุชุ่มฉ่ำ หวานดีค่ะ เชฟบอกว่าจะกินเท่านั้น หรือกินกับบราวน์ซอสก็ได้

นอกเหนือจากจานสเต๊ก เชฟชวนแอนไปดูการทำ Ossobucco มัสมั่น ที่เชฟเคี่ยวมานาน จนเข้าเนื้อ ตัวเนื้อเปื่อยนุ่ม ชุ่มเครื่องแกง หอม หวนร้อนแรง แบบเครื่องแกงแขกสัญชาติไทย สำหรับมันที่ใส่ในมัสมั่นเชฟใช้มันม่วงแทน จานนี้ควรไปลองอย่างแรง อย่าลืมตักกินไขกระดูกด้วย…อร่อยมาก ไม่แพ้ Osso Bucco เคี่ยวซอสมะเขือเทศบอกเลย

ตอนนี้ที่ริมภิรมย์เชฟเปิดเป็นข้าวแกงใต้ เครื่องแกงจัด กะทิรสเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่มียั้ง แต่ละวันอาจจะมีเมนูไม่เหมือนกัน เช็คที่เพจร้านได้ค่ะ

อยากกินเนื้อแบบฝรั่งก็ได้ อยากกินแกงใต้ก็มี มากันๆๆๆๆ

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

Steak that made my day " Steak of the DAy"

คราวก่อนเอา สเต็กของเชฟเร Rewat Srilachai จาก Steak of the Day ลงเป็นภาพนิ่งให้คุณได้สัมผัสกันแล้ว คราวนี้มาดูภาพเคลื่อนไหว กันบ้างสเต็กจานที่ไปลองนั้น เนื้อหนามาก ราวๆ เกือบสองนิ้ว น้ำหนัก 250 กรัม เป็น Rib Eye Australian Grain Fed เชฟบอกว่าตอนนี้เป็นฤดูฝน เป็นฤดูของเห็ด สเต็กของเชฟในครั้งนี้จึงประกอบด้วยเห็ด Chantrelle จากสะเมิง และเห็ดอีก 3 ชนิด เอามา confit ได้แก่ เห็ดหอมดอย เห็ดโคนปลวก เห็ดขมิ้นดำคลุกรวมกัน กลิ่นดินกลิ่นป่าแห่งฤดูฝนจึงลอยวนอยู่รอบเนื้อชิ้นนี้ จากนั้นเชฟก็เอากระหล่ำดอกมาทำ puree เพื่อทำให้รสเข้มข้นของเนื้อละไมขึ้น ราดด้วยน้ำมันแครอท เติมด้วย Potato Souffle หน้าตาเหมือนเกี๊ยว อันนี้อร่อยมากอยากเชียร์ให้ทำเป็นขนมขาย 555555 รวมๆ แล้วคือกินสนุก ไม่เหนื่อยเพราะรายละเอียดเยอะอีกจานหนึ่งที่ประทับใจ คือ Ossobucco มัสมั่น เนื้อไทยๆ ที่เชฟเคี่ยวมานาน จนเข้าเนื้อ ตัวเนื้อเปื่อยนุ่ม ชุ่มเครื่องแกง หอม หวนร้อนแรง แบบเครื่องแกงแขกสัญชาติไทย สำหรับมัน เชฟใช้มันม่วงแทน อร่อยค่ะ ตัวนี้ควรไปลองอย่างแรง อย่าลืมตักกินไขกระดูกด้วย…อร่อยมาก ไม่แพ้ Ossobucco เคี่ยวซอสมะเขือเทศบอกเลย#chiangmaisteak #steak

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019

Steak of the day
สอบถามข้อมูลหรือ สำรองโต๊ะ 081 256 7292
ร้านเปิด: 11.00-20.00

Tender Valley : ความสุกของเราไม่เท่ากัน

อย่างที่เขียนไว้ด้านบนว่าคำจำกัดความ Medium Rare ของคนเรานั้นมันไม่เท่ากันจริงๆ พอทางร้านทำออกมาเราก็มักจะคิดว่าสุกไปบ้าง ดิบไปบ้าง นั่นเพราะนิยามความสุกของเราไม่เท่ากัน
ดังนั้นอยากได้ความสุกอย่างใจ ต้องย่างเอง…ที่ Tender Valleyร้านนี้เป็น สเต็กแบบ ตามใจฉัน เลือกเองได้หมด เนื้อ ไซด์ดิช เกลือหลากหลาย พริกไทย ในราคาน่าคบ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เราได้ลองเนื้อหลายๆ ตัว เดินเข้าไปในร้านด้านในจะมีลักษณะเป็นร้านขายเนื้อ จะมีสองตู้แยกกัน คือ ตู้เนื้อทั่วไปที่ขายกันตามตลาดเนื้อย่าง เช่น โคขุนไทย เนื้อออสเตรเลีย เนื้อหมูสามชั้น และตู้พรีเมียมอยู่ติดกับหัวจ่ายเบียร์ ตู้นี้เป็นที่อยู่ของเนื้อพรีเมียมทั้งหมด ราคาเริ่มต้น 200-600 บาทต่อชิ้น ถือว่าราคาดีมากๆ นอกจากนี้ก็มี Foie Gras แพคละ 200 กว่าบาทให้เลือกมาย่างเอง

นอกเหนือจากการไปเลือกเนื้อเองแล้ว ถ้าขี้เกียจเขาก็มีเป็นเซ็ทให้เลือกค่ะ

สเต๊กเชียงใหม่#6

ชุดสเต๊กที่แนะนำ

-Thai Rib Eye L/ Australian Strip Loin/ US Brisket / Pork Belly /Pork Belly Skinless /Bacon / Sausage ชุดผัก สลัดผัก มิโสะซุป 2ที่ กิมจิ 2 ที่ ซื้อชุดนึ้ จะลดราคาเนื้อพรีเมียมที่อยู่อีกตู้ได้ 10%

เซ็ทย่างที่จัดมาทำให้เรารู้สึกว่าเป็นมือโปรมีความรู้สึกเหมือนเมียกอร์ดอน แรมเซ่เข้าสิง คันไม้คันมืออยากจี่จิ๊นขึ้นมาในทันใด คือมีกระทะ König ใบกำลังดี เนย น้ำมันมะกอก กระเทียม ใบโรสแมรี่ จากนั้นก็มีเกลือ ทั้งเกลือชมพู เกลือดำ korsher salt และเครื่องปรุงอีกมาก พิเศษคือที่นี่มีน้ำหมักสูตรของทางร้านเค็มประแล่มหวานบางๆ ให้มาจุ่มเนื้อก่อนจี่

สรุปว่าถ้าไปสองคนซื้อเซ็ท 990 แล้วซื้อเนื้อพรีเมียม เพิ่ม สักสองชิ้น ค่าใช้จ่ายสองคนไม่เกินสองพัน ได้กินครบทุกเนื้อ (เอ่อ มันจะเกินถ้าเกิดซื้อไวน์เพิ่ม ไวน์เซเลคชั่นที่นี่คัดมาสำหรับกินกับเนื้อจริงๆ ไปส่องมาแล้ว)
เนื้อที่สั่งมากินได้แก่ โคขุนไทย (ถาดไม้) ทามาจิ (อันนี้แหร่มเนื้อละเอียดมาก กลิ่นหอมหวนทรมานใจเมื่อเจอความร้อน) Us Prime Ribs (อันนี้ ต่อให้สกิลย่างห่วยยังไงก็อร่อย)
Tips 
กระทะเหล็ก ร้อนช้าแต่ร้อนแล้วร้อนเลยปิดไฟก็ยังร้อนอยู่นาน ใช้ไฟกลางยังร้อนมาก เนื้อของที่นี่ตัดชิ้นหนาราวๆ เซ็นต์ครึ่ง ขอเตือนว่าอย่าหยุดถ่ายรูป เพราะมันสุกเร็วมาก ควรเอาใจใส่เนื้อในกระทะให้มาก จะได้ไม่เจอโศกนาฏกรรมแบบแอน นี่มัวแต่ถ่ายรูป พังไปแล้วหลายชิ้น 5555

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

TENDER VALLEY CHIANG MAI

Grilling Heaven : สวรรค์แห่งการย่างเนื้อ ปาร์ตี้ยามพระอาทิตย์ตกดิน แดดร่มลมตก ไปเลือกเนื้อ ตั้งกระทะ รินไวน์ รอ กระทะร้อน ย่างเนื้อไปคุยกันไป ใครใคร่ย่างแบบญี่ปุ่น ย่าง!!!! ใคร ใคร่ย่างแบบไทย ย่าง!!!ใครใคร่ย่างแบบฝรั่ง ย่าง!!! หรือใครชอบท่ายาก ย่างไป โคฟ kill this love แบบน้องลิซ่าหน้าม้าไม่แตกก็ย่อมได้ จิ้มอะไร สลัดอะไร ไม่ต้องเถียงกัน เขามีให้เลือก เอาเงินเดือน ไปถลุงกัน เกิดมามีชีวิตเดียว กินเนื้อดีๆ กินไวน์อร่อยๆ บ้างจะเป็นไรไป Tender Valley เปิดทุกวัน 17.30-22.00 น. ร้านอยู่คันคลองชลประทาน แม่เหียะ#Chaingmaisteak #สเต็กเชียงใหม่

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2019

Tender Valley 
เปิดทุกวัน 17.30-22.00 น.
ร้านอยู่คันคลองชลประทาน แม่เหียะ

The Duke’s

เนื้อร้านนี้ไม่ต้องการคำอธิบายมาก นักกินบางคนอาจจะเป็นขาประจำอยู่แล้ว บางคนที่เพิ่งมาอยู่เชียงใหม่ หรือเพิ่งมาเที่ยว ขอบอกว่านอกเหนือจากข้าวนึ่งน้ำพริกหนุ่มแล้ว ก็มี สเต๊กร้านนี้ ที่จัดได้ว่าคู่ควรแก่การลอง เป็นร้านสเต๊กที่ดีมากๆ อันดับต้นๆในเชียงใหม่ เพราะนับตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ที่รู้จักกัน ถ่ายรูปทำเมนูชุดแรกๆ ให้กับร้านด้วยซ้ำ เลยได้ลองชิมเกือบทุกเมนู กลับไปกี่ทีๆ สุ่มกิน อาหารของ The Duke’s ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม(ไม่ใช่แค่สเต๊ก) ตอนนี้มีแฟนคลับคนไทยเพิ่มขึ้นมากมาย ขยายไปหลายสาขา เปิดร้านอาหารไทย ร้านเมดิเตอร์เรเนียน เรียกว่าเติบโตไปด้วยกัน จริงๆ

สเต๊กเชียงใหม่#7

สเต๊กที่แนะนำ

Boneless Prime Ribs น้ำหนักกว่า 450 กรัม เนื้อนำเข้าจากอเมริกา เดวิดเจ้าของร้านบอกว่า Prime Ribs น้ำหนักต่ำกว่านี้มันไม่ค่อยอร่อย ย่างออกมาจะแห้ง สิ่งที่มั่นใจได้กับเสต๊กจานนี้ เดวิดบอกว่า เนื้อตัวนี้เป็นเนื้อนำเข้าจากอเมริกา โดยมาตรฐานส่งออกของอเมริกา เนื้อเหล่านี้จะไม่มีสารและไม่มีฮอร์โมน (คงเหมือนอาหารส่งออกบ้านเราที่คนนอกบ้านได้กินดีกว่าในบ้าน) หลังจากเปิดร้านไปหลายปีและลองเนื้อมาหลายอย่าง เขาเชื่อมั่นว่าเนื้อชนิดนี้เป็นเนื้อที่จะสร้างประสบการณ์ความอร่อยที่ดีที่สุดในการกินสเต๊ก แอนสั่ง Prime Rib จานนี้ที่ความสุก Medium Rare เนื้อนุ่มฉ่ำ ต่างจากเนื้อไทยตรงที่ เนื้อไทยจะมีความ อิลาสติก สู้ลิ้นสู้ฟัน เนื้อสัมผัสจะหยาบๆ กว่าหน่อย ที่สำคัญคือเนื้อตัวนี้พอเจอความร้อน เจอไฟแล้วกลิ่นดาเมจแรงเบอร์สิบ มาพร้อมหัวหอมทอดกรอบ ผักผัดเนย ราคา 1,450 บาท
ความเป็น perfectionist ของเขา ทำให้เขากำหนดเวลาในการย่างเนื้อไว้แน่นอน เช่น การย่าง Boneless Prime Ribs ชิ้นนี้ จะใช้เวลาตามที่ระบุ
Blue Rare : ด้านละ 1 นาที
Medium Rare: ด้านละ 2 นาที หรือรวมแล้วไม่เกิน 6 นาที
Medium Well : รวมแล้ว 7 นาที ไม่เกิน 10 นาที
Well Done  10 นาที ขึ้นไป
ที่สั่งมากิน คือ Medium Rare เนื้อนุ่มฉ่ำ ต่างจากเนื้อไทยตรงที่ เนื้อไทยจะมีความ อิลาสติก สู้ลิ้นสู้ฟัน เนื้อสัมผัสจะหยาบๆ กว่าหน่อย ที่สำคัญคือเนื้อตัวนี้พอเจอความร้อน เจอไฟแล้วกลิ่นดาเมจแรงเบอร์สิบ มาพร้อมหัวหอมทอดกรอบ ผักผัดเนย ราคา 1,450 บาท

– Sirloin 250 กรัม เนื้อตัวนี้ เป็นออสเตรเลียนวากิวที่มีไขมันแทรกน้อยมาก เหมาะกับคนที่กินเนื้อแต่กลัวอ้วน ตัวนี้กินคนเดียวสบายๆ ไม่ลำบากมาก

ถ้าไม่หนำใจกับเนื้อ แต่ไม่ค่อยอยากเคี้ยวให้เมื่อยกราม จัดนี่เลย มีทโลฟ ดีงามทุกอณู ทั้งมันบด ซอส และเนื้อ

กินเนื้ออิ่มแล้ว ต้องตบของหวาน แอนไปกินขนมมาแล้วรอบเชียงใหม่ แต่ที่สุดเมื่อต้องกินชีสเค้กหรือชีสพายนั้นต้องมาตายรังที่นี่ บางทีซื้อกลับก็มี ซื้อเป็นเค้กวันเกิดก็มี ทั้งนี้เพราะชอบความที่มันเรียลมันริช ตอนนี้เขามีตัวใหม่ไม่ต้องกินซ้ำซาก คือ French Cherry Pie และ Caramel Cheese Cake แคลลอรี่ถ้านับทั้งเนื้อทั้งเค้ก แอนต้องวิ่งไปดวงจันทร์ค่ะ ถึงจะเบิร์นหมด 555555

วีดีโอประกอบการตัดสินใจ

The Duke's CHIANG MAI

The Duke's : พื้นที่แห่งความอร่อยของทุกคนเนื้อร้านนี้ไม่ต้องการคำอธิบายมาก นักกินบางคนอาจจะเป็นขาประจำอยู่แล้ว บางคนที่เพิ่งมาอยู่เชียงใหม่ หรือเพิ่งมาเที่ยว ขอบอกว่านอกเหนือจากข้าวนึ่งน้ำพริกหนุ่มแล้ว ก็มี สเต็กร้านนี้ ที่จัดได้ว่าคู่ควรแก่การลอง เป็นร้านสเต็กที่ดีมากๆ อันดับต้นๆในเชียงใหม่เพราะนับตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ที่รู้จักกัน ถ่ายรูปทำเมนูชุดแรกๆ ให้กับร้านด้วยซ้ำ เลยได้ลองชิมเกือบทุกเมนู กลับไปกี่ทีๆ สุ่มกิน อาหารของ The Duke's ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม(ไม่ใช่แค่สเต๊ก) ตอนนี้มีแฟนคลับคนไทยเพิ่มขึ้นมากมาย ขยายไปหลายสาขา เปิดร้านอาหารไทย ร้านเมดิเตอร์เรเนียน เรียกว่าเติบโตไปด้วยกัน จริงๆสาขาของ The Duke's๐ Ping River -ริมน้ำปิงข้างๆ การท่องเที่ยวเยื้องๆ สะพานเหล็ก จอดรถข้างถนนได้ ถ้าหมดเวลาจอด มีที่จอดรถข้างร้านให้เอาตั๋วไปคืนเงินในร้านค่ะเปิด 10.30 – 23.30๐ Night Bazaar – อยู่ในเชียงใหม่พาวิเลียนเปิด 10.30 – 00.00๐ Promenada เปิด 10.00 – 22.00๐ Maya เปิด 11.00 – 23.00#steakchiangmai #สเต็กเชียงใหม่

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2019

สาขาของ The Duke’s
๐ Ping River -ริมน้ำปิงข้างๆ การท่องเที่ยวเยื้องๆ สะพานเหล็ก จอดรถข้างถนนได้ ถ้าหมดเวลาจอด มีที่จอดรถข้างร้านให้เอาตั๋วไปคืนเงินในร้านค่ะ
เปิด 10.30 – 23.30

๐ Night Bazaar – อยู่ในเชียงใหม่พาวิเลียน
เปิด 10.30 – 00.00

๐ Promenada
เปิด 10.00 – 22.00

๐ Maya
เปิด 11.00 – 23.00

 

 

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply