Eats and Arts in Macau#1

เสพศิลป์กินอาหาร ที่มาเก๊า

กับแอร์เอเชีย

001_img_6450

ซื้อทาร์ตไข่ Koi Kei หน้าโบสถ์แล้วไปซื้อกาแฟ Starbucks ที่อยู่ข้างๆ โบสถ์ St. Paul มาจิบคู่กันไป…ขอบอกว่าฟินมาก

              เมื่อสองปีก่อนมีโอกาสเดินทางมายังเส้นทาง มาเก๊า ฮ่องกง ยอมรับว่าหลงใหลในตัวเมืองมาเก๊ามาก แม้ว่าเที่ยวอยู่ห้าวันยังรู้สึกไม่พอ ไม่อิ่ม เดินเข้าตรอกเล็กตรอกน้อย กินขนมข้างทางเพลินๆ ไปชิมบะหมี่ ข้าวหน้าเป็ด ร้านใหม่ๆ ตกเย็นก็ไปนั่งกินเบียร์ดูคนเข้าคาสิโนเพลินๆ ไปมันทุกวัน ทำตัวราวกับเป็นยามหน้าโรงแรมลิสบัว บางคืนลามปามไปเดินแถวๆ ริมน้ำ ใกล้ๆ เจ้าแม่กวนอิมนั่นเลย ปีนี้ได้กลับมาอีกครั้งกับแอร์เอเชีย มาเที่ยวแบบจัดเต็มไม่อ้อยสร้อยเหมือนทุกที ลมเย็นหอบเอาละอองฟองฝอยน้ำพุ หน้าโรงแรม Wynn มาประทะตัวตอนค่ำไล่ความเมื่อยล้าจากการเดินทาง เดินถ่ายรูปอาคารสวยๆ ที่ Senado ตอนเช้า แม้ตารางทริปนี้จะแน่นเอี้ยด แต่เรายังมีเวลานั่งจิบน้ำจับเลี้ยงที่ตลาดเช้าในซอยเชื่อมกับจตุรัสเซนาโด ตามประสามนุษย์ชิลล์ แหม่…มันฟินจริงไรจริง

               มาเก๊ามีอะไรให้ดูมากกว่าคาสิโน สำหรับคนที่หลงใหลเมืองเล็ก คุณจะรักเมืองนี้ เพราะเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันออกผสานกับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างลงตัว ก่อเกิดงานสถาปัตยกรรมอาคารสถานที่ที่สวยงาม ทั้งศิลปะจีน โปรตุเกส นีโอคลาสสิค บาร็อกและโมกุล  มาเก๊ามีชื่อเรียกภาษาจีนว่า 澳门 เอ้าเหมิน แปลว่าประตูสู่ปากอ่าว ทั้งนี้เพราะตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ติดชายฝั่งทะเลของจีน จึงเป็นเมืองค้าขาย อุดมด้วยอาหารทะเลสด ดินแดนนี้เคยเป็นอาณานิคมโปรตุเกส แล้วกลับมาขึ้นอยู่กับจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2542 มีชื่อเรียกว่าเขตบริหารพิเศษมาเก๊า คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแต้จิ๋ว และจีนกลาง ฉันเรียนภาษาจีนมาพองูๆ ปลาๆ ภาษาอังกฤษใช้ได้ เลยเที่ยวสนุกไปเลย

               การมาเที่ยวถ้าเป็นทริป มาเก๊า-ฮ่องกงแนะนำให้แลกเงินฮ่องกงมา เพราะเวลาเงินเหลือแลกคืนค่อนข้างง่าย ที่มาเก๊าเวลาจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงจะทอนเป็นดอลลาร์มาเก๊า ถ้าอยู่สั้นๆ ต้องคำนวณเงินดีๆ เพราะเวลาแลกคืนเงินมาเก๊า จะคืนยากกว่าเงินฮ่องกง ในเรื่องการเดินทาง ระบบขนส่งมวลชนที่นี่ดีมากๆ รถเมล์มาตรงเวลา ง่ายที่สุดคือซื้อบัตร Macau Pass ในร้านสะดวกซื้อราคาขายต่ำสุด 50 มาเก๊าดอลลาร์ จ่ายค่ามัดจำบัตร 30 มาเก๊าดอลลาร์ (MOP) แล้วใช้ขึ้นรถเมล์ (ได้ส่วนลดต่อครั้งถูกไปประมาณ 2-3 MOP) ไม่ต้องพกเหรียญให้ยาก ราคาก็จะอยู่ที่ราวๆ  2-6 MOP หากบัตรเหลือก็ใช้ซื้อของในซุเปอร์มาร์เก็ตได้

002_dsc_0795

เที่ยวย่าน Senado

                อารัมภบทมานาน วอร์มแข้งขาให้กระชุ่มกระชวยแล้วก็เริ่มเที่ยวกันเลยดีกว่า มาเก๊าแยกเป็น 2 ฝั่ง คือด้านที่เป็นเกาะไทปา กับส่วนที่เป็น Peninsula หากอยู่ฝั่ง Peninsula ง่ายที่สุดให้มาตั้งต้นที่ Senado Square บริเวณเมืองเก่า เราจะเรียกด้านที่มีจตุรัสว่า Senado และด้านที่ไม่มีเป็นด้านของ Leal Senado ทั้งสองฟากถนนกั้นนี้ใช้เวลาแบบเร็วๆ ประมาณครึ่งวัน ถ้าใช้เวลาแบบขบวนฟ้อนเล็บ เดินหน้าสามก้าวถอยหลังไปถ่ายรูปสองก้าว ใช้เวลาเป็นวัน เตรียมใจไว้เลยค่ะ

                 จตุรัส Senado มีเอกลักษณ์คือ กระเบื้องหินทุบปูพื้นเป็นลายคลื่นน้ำ เป็นเสมือนลานกิจกรรมของเมือง โอบล้อมด้วยอาคารสไตล์ Neo Classic ด้านขวามือเป็น Holy House of Mercy  สร้างในปี ค.ศ.1569 แปลง่ายๆกำปั้นทุบดินเฉยๆ ว่าบ้านเมตตา เป็นสถานพยาบาลแบบตะวันตกแห่งแรกในมาเก๊า

003_dsc_0218

Holy House of Mercy ใครชอบถ่ายรูปขึ้นชั้นสองเลยค่ะมุมดีมากๆ

                 อาคารตะหง่านอยู่สุดลาน Senado ก่อนที่จะแยกไปโบสถ์ St. Paul คือ St. Dominic’s Church  เป็นโบสถ์ที่เก็บงานคริสต์ศิลป์ไว้ภายในมากกว่า 300 ชิ้น และยังเป็นสถานที่พิมพ์หนังสือพิมพ์โปรตุเกสฉบับแรกในแผ่นดินจีนอีกด้วยค่ะ

004_img_6435

เป็นโบสถ์ที่หาช่วงเวลาที่ไม่มีคนถ่ายรูปยากมาก

                  ออกจากโบสถ์สีเหลืองเลี้ยวขวา เพื่อไป St.Paul’s Church อ่านเรื่องโบสถ์นี้มาหลายครั้ง มาสะดุดกับเรื่องเล่าของไกด์สาวคนสวย เธอบอกว่าเมืองนี้เหมือนเป็นเมืองคุณโฮ (สแตนลีย์ โฮ- เจ้าพ่อคาสิโนมาเก๊า)  ธุรกิจบ่อนการพนันของคุณโฮกว่า 36 ที่เฟื่องฟูเพราะคุณโฮมีการจัดการเรื่องฮวงจุ้ย วางกับดักนักพนันไว้หมดทุกทาง ไกด์บอกว่า โบสถ์ St. Paul’s อยู่ในตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ไม่ดีของเมือง จึงทำให้เกิดไฟไหม้ ผู้คนล้มตาย แม้ว่าจะพยายามบูรณะอย่างไรก็ไม่ขึ้น ปัจจุบันเหลือแต่เพียงด้านหน้าของโบสถ์ เริ่มแรกที่นี่สร้างโดยพระนิกายเจซูอิด สไตล์ Baroque ด้านหลังเป็นพิพิธภัณฑ์ของที่หลงเหลือจากไฟไหม้ในอดีต มาครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วคือ คนจีนกับไม้เซลฟี่เยอะมาก ฉันสามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปด้วยได้ทุกก๊วน เพราะหน้าตากลมกลืน

005_img_6446

Ruins of St.Paul ที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกว่า ไม้เซลฟี่หล่นลงมาจากฟ้า หรือไม่ก็งอกจากต้นกล้วยหลังบ้าน ทุกคนต้องพกมา 1 อัน

อาหารย่านนี้

นอกจากร้านกลุ่ม KFC Starbucks ที่มาเปิดย่านนี้ ที่นี่ยังมีของดีซ่อนอยู่

Wong Chi Kei – บะหมี่ โจ๊ก อาหารจานเดียว

006_dsc_1766

บะหมี่ขาหมู ซุปอร่อยหมูเปื่อยล่อนออกจากกระดูก ส่วนที่เป็นหนังนุ่มกำลังดีไม่เละมากไป…สรุป เจิดมากถ้วยนี้

                ฝั่งตรงข้าม Holy House of Mercy เป็นร้านขายของ ที่แลกเงิน ฝั่งนั้นเอง เดินไปอีกหน่อยจะเจอ Wong Chi Kei ร้านเล็กๆ ถัดจากที่แลกเงิน หน้าร้านเป็นประตูไม้ มีสามชั้น ร้านนี้เส้นเด็ดมากหนุบหนับดีจริงๆ คนรักเส้นไม่ควรพลาด เขาการันตีว่าต่อให้เส้นอยู่ในน้ำซุปนานแค่ไหนก็ไม่มีวันอืด ซึ่งเป็นเรื่องจริง น้ำซุปก็พอโอเค ของเด็ดอีกอย่างคือเกี๊ยวกุ้งเด้งมากๆ ส่วนเกี๊ยวทอดก็ใหญ่โตโอฬาร ร้านนี้มีสิ่งที่เชื่อใจได้อีกอย่างคือเมนูเนื้อเกือบทุกเมนู เขาทำเนื้อได้ดีเปื่อยหอมไม่มีกลิ่นสัตว์ใหญ่ เมนูเนื้อน้ำมันหอย อร่อยจริงจัง ถ้ามาร้านนี้ น่าจะต้องสั่งพวกผักเพิ่ม เพราะในบะหมี่มีแต่ต้นหอม ที่จริงอยากกินร้านนี้ทุกวันแต่เกรงใจคณะทัวร์

เปิดทุกวัน 8.30-23.00 น.

007_dsc_1757

อีกจานของที่สุด เนื้อน้ำมันหอยแม้จะนุ่มแต่ก็ไม่ถึงกับเปื่อยยุ่ย มันเด้งดึ๋งดั๋งในปาก

Yee Shun Milk Company -นมตุ๋น

                 ก่อนเข้า Senado ละแวกใกล้เคียงกัน ร้านนี้อยู่ไปทางติดถนนหลักหน่อย เป็นร้านขายนมตุ๋น Milk Pudding ชื่อร้าน Yee Shun Milk Company  มีป้ายพื้นสีเขียวใหญ่ๆ มีรูปวัวตัวโต สารภาพว่ามีคนซื้อมาให้ลองชิม ไม่ได้ไปเองเลยไม่ได้ถ่ายภาพ มาคราวก่อนหลงทางเดินหาทั้ง Senado ก็ไม่เจอ มาได้กินรอบนี้ รสชาติของนมตุ๋นสำหรับฉันแล้ว…อ่า…เพียงได้สัมผัสครั้งแรกมันก็ลึกซึ้งไปถึงก้นบึ้งหัวใจแม่โค กลิ่นวัวมากๆ มันๆ อร่อยดีไม่หวานเท่าไหร่

เปิดทุกวัน 9.00-23.00 น.

Koi Kei – ทาร์ตไข่

ร้านนี้ อยู่ก่อนถึงโบสถ์ St. Paul ถ้าหันหน้าเข้าหาโบสถ์ ร้านอยู่ขวามือ Koi Kei เป็นร้านที่ฉันชอบซื้อมากเพราะอันที่จริงแล้วอยากกินแค่อันสองอัน เป็นความคิดแปลกๆ ดี อยู่หน้าโบสถ์สัญญลักษณ์ของมาเก๊า ได้กินของขึ้นชื่อมาเก๊า ก็น่าจะถือว่าถึงมาเก๊าแล้ว (นึกขึ้นได้ว่าครั้งที่แล้วก็ทำแบบนี้ เหมือน Dejavu) ทาร์ตไข่ร้านนี้อร่อยได้หลายวัน การันตีโดยพี่ฮวงซีเนี้ย ตากล้องร่วมทาง เธอสามารถงัดเอาขึ้นมากินในรุ่งเช้าถัดไป และถัดไปได้ โดยขนมไม่ได้เปลี่ยนแปลงรสชาติแต่อย่างใด  นอกจากทาร์ตไข่แล้วร้านนี้ ยังมีของฝากอื่นๆ เช่น หมูตั้ง หมูแผ่น ขนมต่างๆ ไม่เคยซื้อนะคะ กินแต่ทาร์ตไข่อย่างเดียว

เปิดทุกวัน 9.00-23.00 น.

008_img_6221

แผนที่ Senado

ข้ามมาฝั่งมาLeal Senado

                  เริ่มต้นที่ อาคาร Leal Senado Building ฝั่งตรงข้าม Senado  ตึกเก่าผนังกระเบื้องสวยๆ อาคารสไตล์นีโอคลาสสิค ด้านในเป็นหอประชุมเทศบาลมาเก๊า สร้างเมื่อปี 1784 แนะนำให้ขึ้นไปชั้นสองส่วนที่เป็นห้องประชุม จะสามารถถ่ายภาพ Senado Square มุมบนได้ ใครมีเลนส์เจ๋งๆ รับรองแจ่มค่ะ จากตรงนี้ใครจะนั่งรถไปลงที่วัดอาม่าแล้วเดินย้อนขึ้นมาก็ได้

009_city-scape-25

ลายกระเบื้องสวยมาก ทุกอย่างเนี้ยบกริบตามแบบตะวันตกแต่ดูเรียบง่ายแบบตะวันออก

                   ออกจาก Leal Senado เจอร้านสะดวกซื้อให้หาซื้อน้ำดื่มเลย หนทางข้างหน้าอีกยาวไกล แล้วก็เดินเลียบถนนด้านข้างหอประชุม เดินไปเรื่อยๆ จะพบกับ St. Augustine’s Church  ป็นจุดพักเหนื่อยที่ดีทีเดียว ด้านข้างมีจตุรัสสำหรับนั่งพักมีต้นไม้ร่มรื่นมีหนุ่มสาวนั่งคุยกันจุ๋งจิ๋ง โบสถ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในหลายโบสถ์ที่ยังใช้งานได้จริง ด้านในจึงยังเห็นคริสต์ชนมานั่งสวดมนต์ สงบเงียบเย็นใจ

010_dsc_0454

ถนนด้านหน้า St. Augustine’s Church นี้ เสี่ยงทีเดียวค่ะ อย่ามัวถ่ายรูปเพลินรถจะเฉี่ยวเอา

                   ฝั่งที่ตรงกันข้ามกับ St. Augustine Church คือ Dom Pedro V Theatre เป็นโรงละครออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิคจ๋าทีเดียว ที่นี่ยังมีการเปิดใช้งานไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการคอนเสิร์ตต่างๆ สร้างในปี 1860 ถือเป็นโรงละครแบบตะวันตกแห่งแรกของประเทศจีน

011_dsc_0472

Dom Pedro V Theatre มีที่นั่งถึง 300 ที่ จึงเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของเมือง

              จากนั้นให้เดินมุ่งหน้าสู่ถนน Rua Central เดินไปที่โบสถ์ St. Lawrence มีอีกชื่อหนึ่งที่แสนอ่อนโยนว่า Hall of the Soothing Winds หรือ หอแห่งสายลมที่ปลอบประโลม ว่ากันว่าในอดีตเมื่อมีการออกเรือ ครอบครัวของกะลาสีต่างมาชุมนุมกันเพื่อสวดมนต์ให้คนที่รักปลอดภัย เป็นโบสถ์ที่สร้างโดยนักบุญเจซูอิตในสไตล์นีโอคลาสสิค ผสมบาร็อก ด้านในโอ่โถง และยังใช้ประกอบพิธีกรรมอยู่

022_dsc_0495

ด้านข้างของโบสถ์ มีหน้าต่างหลายบาน ประดับ Stained Glass ภาพกระจกสีเพื่อช่วยเรื่องแสงในโบสถ์ เวลากลางวัน

021_dsc_0501

ด้านหน้า St. Lawrence’s Church ที่ยังคงดูสวยงามสมบูรณ์

                      จากโบสถ์สไตล์นีโอคลาสสิค มาเข้าเยี่ยมบ้านของนักประพันธ์ เฉิง กวนยิ่ง Mandarin House  สร้างบนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร เป็นกลุ่มอาคารที่ตกแต่งแบบจีน แต่งด้วยหน้าต่างเป็นซุ้มโค้งประดับลายปูนปั้นแนว  Art Deco มีห้องหลายห้องสลับซับซ้อน เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมาเก๊า และยังเป็นที่แรกที่นำแบบการสร้างทางเดินแบบโปรตุเกส (Piazza) โอบสวนไว้กลางพื้นที่บ้าน ชั้นบนเป็นโถงหลังคาสูงบนผนังวาดภาพเพ้นท์สวยงาม มีบานพับงานแกะสลักไม้ลายวิจิตร และเฟอร์นิเจอร์โบราณ เป็นจุดหนึ่งที่ไมควรพลาด

012_img_6090

Mandarin House อาคารผนังหนา แบบอาคารโบราณ มีปูนปั้นนูนต่ำแบบ Art Deco บนซุ้มโค้งปูนปั้นลายจีนประดับด้านบนของตึกก่อนถึงชายคากระเบื้องมุงแบบจีน ผสมผสานกลมกลืน

013_img_6102

รายละเอียดลายปูนปั้นนูนต่ำแบบจีน สีสันจัดกว่าของตะวันตก เป็นบ้านที่ควรใช้เวลานานๆ ซึมซับบรรยากาศ

014_dsc_0518

 Lilau square ย่านคหบดีเก่าของมาเก๊า

                   ด้านข้างของ Madarin House เป็นจตุรัส Lilau square ให้นั่งเล่น ฝั่งตรงข้ามมีร้านสะดวกซื้อและร้านโอเด้งเปิดทั้งวันให้กินแก้หิว นั่งพักเล่นเย็นใจสักนิดแล้วก็เดินต่อไป ที่ Moorish Barracks หรือค่ายทหารชาวมัวร์ อาคารเป็นสไตล์นีโอคลาสสิคผสมโมกุล ศิลปะแบบอินเดีย สร้างให้กับชาวมัวร์เมื่อครั้งเดินทางมาช่วยตำรวจมาเก๊า ปัจจุบันเป็นกองบังคับบัญชาของคณะบริหารฝ่ายเดินเรือมาเก๊า

015_dsc_0545

ด้านนอกเป็นสไตล์โมกุลศิลปะแบบอินเดีย

016_dsc_0531

ด้านในตกแต่งแบบตะวันตก

                    เดินลงมาจาก Moorish Barracks เรื่อยๆ ก็จะถึงวัดอาม่า วัดอาม่า ตามตำนานกล่าวว่ามาจากชื่อของหลิงม่า หญิงสาวที่เดินทางมากับเรือประมง ระหว่างทางมีคลื่นลมมรสุม แต่เรือก็รอดมาได้เมื่อมาถึงฝั่งหลิงม่าก็หายไป จึงเชื่อว่าหลิงม่าคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล คนที่นี่เรียกว่า Makok (เจ้าแม่ทับทิมของคนไทย) ภายหลังเพี้ยนเป็น Macau คือชื่อเมืองนั่นเอง วัดนี้เป็นวัดจีน มีศาลเจ้าแม่กวนอิม หอสวดมนต์ ที่ชาวบ้านให้ความนับถือ

017_dsc_0567

วัดจีนคู่เมืองมาเก๊า

024_p2590387

                   ไหว้พระแล้วก็มาชมวิวสูงของเมืองนั่งรถบัสจากหน้าวัดอาม่า ที่มีป้ายขึ้นว่า Macau Tower เป็นหอคอยที่สูงจากระดับน้ำทะเล 388 เมตร ที่สูงเป็นอันดับที่ 18 ของโลก ใครที่พิศมัยความสูง ชื่นชอบความเสี่ยงเชิญที่ Indoor Observation Desk ชั้นที่ 58 เดินบนพื้นกระจกใสแจ๋วมองเห็นด้านล่าง นอกจากนี้ที่นี่ยังมี Outdoor Adventure View Deck ปีนป่ายตึก แล้วโหนบันจี้จั๊มพ์กันตามอัธยาศัย ราคาต่อคน ราว 9,500 บาท

023_p2590408

คุณหงษ์ ไกด์คนไทยของเราบอกว่าถ้ามองจากด้านบนมองลงไปเห็นปลา 8 ตัว ถือว่าจะมีโชค…ไปซื้อหวยกัน

เปิดจันทร์-ศุกร์  10.00-21.00 น. เสาร์อาทิตย์ เปิด 9.00-21.00 น.  

แผนที่  Macau Tower

อาหารเย็นแบบโปรตุเกส 

Dom Galo

018_10356758_862938610405347_4361898958624924438_n

ข้าวต้มทะเลรวม ของทะเลสดจริง ถ้ามาฤดูหนาวหม้อนี้เหมาะเหม็งมาก

                  ร้านอาหารโปรตุเกสแท้ๆ มาดามลินดากับคุณ Jeorge  เปิดมาตั้งแต่ปี 1987 ตอนนั้นอยู่ฝั่งไทปา ที่ใหม่มาเปิดตอนปี 1996 มาเปิดที่ฝั่ง Peninsula ทำทั้งอาหารจีนและโปรตุเกส ส่วนใหญ่ก็ทำตามใจลูกค้า เป็นธุรกิจของครอบครัว มาดามหวังว่าจะให้ลูกชายมาสานต่อกิจการทำอาหารอร่อยๆ ให้ทุกคนกิน อาหารที่ทางแอร์เอชียติดต่อได้จัดเตรียมให้ล่วงหน้านั้นค่อนข้างหรูหราทีเดียว ที่ชอบมากเห็นจะเป็นเมนู ที่หน้าตาคล้ายทอดมัน แต่เป็นปลาเค็ม ยังมีข้าวต้มทะเล ปลาย่างรสชาติแสนจะธรรมชาติ และไก่ราดซอส รสชาติละมุนละไมดีทีเดียว

019_img_6259

จานนี้เด็ดมาก ใส้ข้างในหยุ่นๆ เค็มประแล่มๆ

ร้านเปิดตอนเย็น

โทร : 2875 1383

ลองไปกันตามแผนที่ค่ะ

ถนนแห่งความสุข  Rua de Falicidade  

อยู่ใกล้โบสถ์ St. Augustine บนถนนนี้มีให้เลือกหลายร้านทีเดียว ทั้งร้านที่เป็นแบบโปรตุเกส หรือโปรตุเกสผสมที่เรียกว่าแมคกานีส อาหารสไตล์มาเก๊า จะมาที่นี่ก็หานั่งรถเมล์ ตามป้ายได้ไม่ยากค่ะ สาเหตุที่ถนนสายนี้เรียกว่าถนนสายแห่งความสุข เพราะเป็นถนนสายโคมแดง แหล่งบันเทิงของชายหนุ่มเมื่อ 300 ปีก่อน มาครั้งที่แล้วฉันเคยพักอยู่แถบนี้ ราคาโรงแรมไม่แพงมาก ใกล้ที่ท่องเที่ยว ตอนเช้าได้มาเห็นวิถีชีวิตคนมาเก๊าจริงๆ มีร้านข้าวหน้าเป็ด และบะหมี่อร่อย (จุดที่มาร์คไว้คือร้านอาหารโปรตุเกสที่จำชื่อไม่ได้)

020_img_6206

แผนที่ถนนแห่งความสุข

ต่อตอนที่ 2

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply