Michelin Star Bite at Shangri-la

Michelin Star Bite at Shangri-La Chiang Mai
กินข้าวกับเชฟมิชลิน MARCO STABILE

ต้องบอกว่าเมื่อปลายปีที่แล้วได้ลองชิมฝีมือเชฟแล้ว ครั้งหนึ่ง ครั้งนั้น รู้สึกว่าอาหารของเชฟนั้นอร่อย “ริช” มาก เข้มข้นทุกส่วน คราวนั้นที่กินรู้สึกว่าอร่อยแบบหนักๆ  มาครั้งนี้ แอนรู้สึกว่ารอบที่สอง เชฟเข้าใจคนเชียงใหม่มากขึ้น portion ไม่มากไม่น้อยไป และ รสชาติ ไม่เข้มข้นจัดเท่าครั้งก่อน ครั้งนี้กินง่าย และรสชาติดีมากทีเดียวค่ะ ในครั้งนี้เชฟบอกแล้วว่าอยากจะทำออกมาแบบผสมผสาน คือไม่อิตาเลียนจ๋ามาก ไปค่ะ ไปดูเมนูเชฟกัน เซ็ทที่แอนลองนั้นเป็นเซ็ทอาหารเย็นนะคะ แล้วก็ไวน์ที่แพร์ริ่งเป็นไวน์ที่ Sommelier ของแชงกรี-ลา (ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวไปแข่ง World’s Champion Sommelier ที่ประเทศเบลเยี่ยม แต่ก็ยังฝาก ไวน์ดีๆ มาให้เราได้อร่อยกัน) ใครขี้เกียจคิดว่าจะกินอะไรกับไวน์ตัวไหน แนะนำให้ก๊อปได้ค่ะ อิๆๆๆ (จ่ายเพิ่มค่าไวน์สำหรับเซ็ทที่ Sommelier เลือกในราคา THB 1,588 Net)

ตัวแรกเชฟมาสวัสดีเราด้วย Amuse Bouche เรียกน้ำย่อยเราได้อย่างเอกอุ (คือรูปที่อยู่ด้านบน) เป็นผักกรุบกรอบเปรี้ยวๆ หวานๆ สดชื่นมาก เป็นการกระตุ้นต่อมรับรสของเราให้เตื่นและเตรียมพร้อมที่จะรับรสชาติของอาหาร หลังจากนั้น เชฟจึงเริ่มร่ายมนตร์ แรก คือเปิดตัวด้วยอาหารหน้าตาคลายๆ ถ่าน แต่กลิ่นนั้นหอมบาดใจมาก มาพร้อมซอสสีเทา Slow cooked potato under hash  จับคู่มากับ 2017 Muscadet de Sèvre-et-Maine Sur Lie, Marquis de Gourlaine, Loire Vally, France  

Marco-Michelinstar-Shangrila

จานนี้เป็นการปูพื้นรสชาติที่เริ่มจากรสนวลๆ เค็มนวลๆ เป็นการเอามันหวานไปอบไว้ด้านล่างเตาถ่าน (เหมือนคนเมืองบ้านเรา หมกหอมหมกกะปิ ก็เอาไว้ ตรงใต้ถิงอั้งโล่ เอาขี้เถ้าหมก แต่อันนี้เชฟไม่ได้หมก) ซึ่งจะทำให้มันสุกอย่างช้าๆ มีกลิ่นหอมของฟืนไฟ เข้ากับซอสชีสนมแพะที่ตัดเลี่ยนด้วยความหอมและเปรี้ยวของเลม่อน จานนี้เอาขนมปังป้ายซอสกินจนจานสะอาดเลยค่ะ 55555

Marco-Michelinstar-Shangrila#2

ไต่ความเข้มข้นของรสชาติขึ้นอีกระดับด้วย Duck leg ravioli on foie gras cream and liquorice powder ราวิโอลีหนึบหนับด้านในเป็นเนื้อเป็ดรสเข้ม กลิ่นเป็ด กับกลิ่นชะเอมที่ตัวซอสฟัวกราส์รสนวล ไปกันได้ดีอย่างประหลาด เป็นจานที่เรียกว่า เซอร์ไพรส์เราด้วยความลงตัวของกลิ่นเนื้อสัตว์อย่างเป็ดและกลิ่นหอมรสพิเศษของชะเอมที่ทิ้งความหวานปลาย คือเวลาเราจิบไวน์ มันก็จะหวานหน่อยๆ ตัวนี้จับคู่กับไวน์ขาว 2013 Villa San Carlo, Valpolicella Ripasso Superiore DOC, Veneto, Italy

Marco-Michelinstar-Shangrila#3

เมื่อเจอรสเข้มของเป็ดแล้ว ก็มาเจอจานนี้ค่ะ Pan seared black cod with Vin Santo teriyaki sauce เชฟไม่ได้เลือกปลารสอ่อนเลย เชฟเลือกเอา Black Cod เนื้อแน่น รสเข้ม ฉ่ำ แต่ไม่มันมาก ราดมากับเทอริยากิซอสสูตรพิเศษ ซึ่งเชฟนำเอาซอสถั่วเหลือง มาผสมกับ Vino Santo ไวน์หวานของอิตาลีสกัด หลอมรวมออกมาเป็นซอสที่หอมหวาน เข้ากับกลิ่น Black Cod มาก ตัดเลี่ยนด้วยความหวานของแครอทอ่อนที่เสิร์ฟมาด้วยกัน

Marco-Michelinstar-Shangrila#4

จานนี้ บอกได้ว่านอกจากเชฟจะปล่อยหมัดเด็ดแล้ว คุณต้น Sommelier คนเก่งก็ได้ปลอยของให้เราด้วย Lamb cooked under the hay, helichrysum pesto and celeriac puree คือความเหมาะเจาะลงตัวของ อาหารและไวน์ที่เรารู้สึกว่า กินไวน์ก็อร่อย กินแกะก็อร่อย แต่ถ้ากินสองอย่างรวมกัน มันคือ “อร่อยตายไปเลย” 55555  เซอร์ไพรส์ของจานนี้นอกเหนือจากรสชาติวิเศษเมื่อกินกับไวน์ คือกลิ่นหอมควันฟางที่แทรกอยู่ในเนื้อแกะ เพราะตัวเนื้อนี้เขาอบให้สุกโดยใช้ฟางค่ะ  ส่วนสมุนไพรที่ใส่ คือ helichrysum หรือ Italian straw flower (immortelle) เชฟเอามาทำเป็น pesto และตัวที่เป็น Puree อยู่ ด้านข้าง คือ  celeriac บ้านเราเรียกกันว่า หัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง เมื่อกินรวมกันทั้งหมด แล้วตบด้วยไวน์ สวรรค์ รำไรมาก…

Marco-Michelinstar-Shangrila#5

เดินทางมาจนถึงจานสุดท้ายคือของหวาน โฟมนุ่มๆ ด้านในมีก้อนหยุ่นนุ่ม สัมผัสแรกจะไม่หวาน แต่เคี้ยวๆ ไปจะเจอความหวานที่ค่อยๆ ซ่านไปทั้งปาก หวานหอมงดงาม ปิดมื้ออาหารในค่ำคืนนี้ได้อย่างน่าจดจำเป็นที่สุด

รีวิวแบบภาพเคลื่อนไหว อิๆๆๆ

พรีวิวมื้อกระทบไหล่เชฟมิชิลิน Marco Stabile รีวิวเต็มจะจัดให้อีกครั้ง ยั่วน้ำลายด้วยอาหารไปก่อน 5555 นี่ขาดไปจานนึง…

โพสต์โดย Go2AskAnne เมื่อ วันอังคารที่ 22 มกราคม 2019

 

 

 

รายละเอียดการจอง

23-27 มกราคม 2562

11.30-14.30 น. ราคา 1,388++ บาท/ท่าน

18.00-22.00 น. ราคา 1,888++ บาท/ท่าน

ห้องอาหาร Dhala Wine Lounge ชั้น 1

ที่นั่งจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 053-253888 หรือ อีเมลล์ chiangmai@shangri-la.com

Shangri-La Hotel, Chiang Mai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply